Report


ปิดโครงการ 100 กิโล 100 วัน

ปิดโครงการ 100 กิโล 100 วัน

ไม่ได้เขียน Blog เกือบเดือนตั้งแต่ปีใหม่ ทำอะไรไม่ได้หยุดเลย ว่าแล้วรู้สักตัวก็จบโครงการลดน้ำหนักที่วางไว้เลย ฮา ว่าแล้ว ก็ต้องมาสรุปการดำเนินงานกันหน่อยแล้วสิเนี่ย
ตั้งแต่ปลายปีมาได้ไปบริจาคเลือด จริงๆแล้วก็บริจาคเป็นประจำจนเมื่อปีที่แล้วที่ไม่สามารถบริจาคได้ เนื่องจากเลือดลอย ตั้งแต่ตอนนั้นเลยรู้สึกว่าตัวเอง ไม่ดูแลร่างกายเลย แต่ครั้งนี้สามารถครับ

สัปดาห์ที่ 9-10 : 94 กิโลกรัม

สัปดาห์ที่ 9-10 : 94 กิโลกรัม

ฤดูแห่งการท่องเที่ยวประจำปีของผมมาแล้ว เอาตั้งแต่ต้นเดือนหลังจากไป โคราชงานแต่งน้องมาแล้ว ผมก็ลากตัวเองไปเดินเล่นที่ดอยผ้าห่มปกอีก จบจากนั้นพักไปเกือบอาทิตย์ แล้วก็ต่อทริปอีกด้วย ตลาดน้ำอัมพวา ชีพจรลงตีนแท้ๆ >__< แทบจะพักเรื่องการลดน้ำหนักไปเลย แต่ตอนนี้เอากลับเข้าเหตุการณ์ปกติแล้ว
94 กิโลกรัม แล้วครับ

สัปดาห์ที่ 7-8 : 95 กิโลกรัมแบบขี้เกียจ

สัปดาห์ที่ 7-8 : 95 กิโลกรัมแบบขี้เกียจ

หลังจาก กลับมาจากโคราชแล้ว ออกอาการเนือยๆเมื่อยๆ (มันไม่เมื่อยก็แปลกแล้วไอ้บ้า ฮาๆ) เลยไม่ได้เขียนรายงานในส่วนอาทิตย์ที่แล้ว อาทิตย์นี้เลยขอรวบยอดเลยละกัน อาทิตย์นี้แทบไม่ได้คุมเรื่องอาหารเลย Y_Y เพราะจากอาการเนือยๆ เลยปล่อยๆตัวเองให้พักๆบ้างหลังจากใช้ร่างกายตึงๆมาเดือนกว่าๆ แต่ก็ยังได้น้ำหนักที่ดีครับ 95 กิโลกรัมแล้ว

สัปดาห์ที่ 6 : 96 กิโลกรัมชีวิตจริงของฉันกลับมาแล้ว

สัปดาห์ที่ 6 : 96 กิโลกรัมชีวิตจริงของฉันกลับมาแล้ว

แต่ก่อนเวลาใครถามผมว่า น้ำหนักเท่าไร ? ตัวเลข 96 กิโลกรัมจะเป็นตัวเลขที่ผมเอาไปบอกชาวบ้านเสมอ ด้วยเหตุว่าไม่อยากรับรู้หรือสนใจในน้ำหนักตัวเอง แม้แต่ตอนไปบริจาคเลือด ผมก็จะกรอกไปในเอกสารว่าตัวเองหนัก 96 กิโลกรัม … แม้ความจริงจะใกล้ๆ ทะลุ ร้อยไปแล้วก็ตาม
ผมหยุดบริจาคเลือดไปเมื่อต้นปีเนื่องจากสภาพร่างกายที่ถูกใช้อย่างโหดร้าย >__< นอนน้อยกินกาแฟหนักแถมไม่ออกกำลังกายอีก จำได้ว่า ครั้งสุดท้ายที่ไปบริจาคคือคุณหมอบอกว่าเลือดลอยไม่สามารถบริจาคได้ และได้รับถุงยาธาตุเหล็กมากิน 1 กำมือ
คนบริจาคเลือดตามปกติจะได้ทานยานี้ วันละ 1 เม็ด แต่ผมโดนสั่งให้ทาน วันละ 3 เม็ด เช้ากลางวันเย็น
ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมคิดว่า เออมันถึงเวลาแล้วต้องดูแลร่างกายตัวเองบ้าง แต่ผมก็ยังไม่ยอมรับ ฮาๆ ว่าตัวเองหนักเกิน 96 กิโลกรัมไปเท่าไร แต่วันนี้เต็มปากเต็มคำแล้วครับ ผมหนัก 96 กิโลกรัมแล้ว

สัปดาห์ที่ 5 : เข้าสู่ 97 กิโลกรัมแบบวุ่นวายๆ

สัปดาห์ที่ 5 : เข้าสู่ 97 กิโลกรัมแบบวุ่นวายๆ

อาทิตย์นี้ไม่ขอพูดมากเนื่องจาก โคตรวุ่นวายกับชีวิต หลังจากกลับมาจากงาน Coke Fat Festival 8 Plaza แล้วสลบเพิ่งตื่นมานี่แหล่ะ ขอปั่นงานก่อน เอาสั้นๆ ได้ของเล่นมาแล้ว และน้ำหนักลงไปอีก 1 กิโล

สัปดาห์ที่ 4 : ครบ 1 เดือนน้ำหนักไม่ยอมลงแล้ว !!!

สัปดาห์ที่ 4 : ครบ 1 เดือนน้ำหนักไม่ยอมลงแล้ว !!!

ครบ 1 เดือนตามระยะเวลาที่ออกกำลังกายมา มานึกย้อนและอ่าน blog ตัวเองกลับไปรู้สึกว่าตัวเองก็ทำไปได้วะ ฮา ในรอบอาทิตย์นี้มีหลายๆอย่างที่ลำบากใจมากๆ เริ่มกันเลย อันดับแรก
กินเยอะ !!! นิสัยเสียเวลาไปคุยงานกับลูกค้า มักจะสั่งโน้นสั่งนี่มากิน เข้าเช้าวันจันทร์ล่อเลย ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ (Y_Y ก็เห็นเป็นก๋วยเตี๋ยวแบบหรูๆ ตูไม่รู้นิว่าจะทำเส้นใหญ่มาให้ ถ้าบอกซักนิดตูจะได้สั่งเส้นหมี่) กินกลางวันและเย็นถ้าได้ไปกินอาหารข้างนอก จะซัด 2 จาน Y_Y เวรกรรมผลบุญที่ทำมาของฉัน
กินกาแฟ เรียกว่า วันละ 3 แก้วเลย เช้าก็กาแฟโบราณ เย็นไปคุยงานกับลูกค้าก็ StarBucks กลับบ้านขอ กาแฟ ฝีมือแม่อีก 1 เหยือกคือถ้าฉีดเข้ากระแสเลือดได้ฉีดไปแล้วเนี่ย

สัปดาห์ที่ 3 : ยังลงต่อได้ 98 กิโลกรัมแล้ว

สัปดาห์ที่ 3 : ยังลงต่อได้ 98 กิโลกรัมแล้ว

สัปดาห์นี้รู้สึกต้องต่อสู้กับความต้องการของร่างกาย การออกกำลังกายยังทำอยู่ตลอด ออกวิ่งทุกๆเช้า ที่แปลกไปคือ ขาตัวเองไม่รู้สึกปวดหรือล้าเลย แม้แต่การ ซิตอัฟ ที่รู้สึกดีขึ้นมากๆ คือ หายใจโล่งขึ้น โล่งแบบไม่เคยเป็นมาในรอบหลายๆปี แต่ยอมรับเริ่มขี้เกียจจะวิ่งบ้างแล้ว เดี๋ยวต้องหาวิธีเปลี่ยนบรรยากาศ ไปหาสถานที่อื่นวิ่ง
ช่วงอาทิตย์นี้ผมโดนวัดใจหลายเรื่องและเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยชนะเลย ฮา นั้นคือ กับข้าวฝีมือแม่ครับ สุดยอดของอาหารทั้งปวงในโลกนี้ สำหรับผมแล้วคือ กับข้าวฝีมือแม่ตัวเองนี่แหล่ะ ครั้งนี้แม่ผมก็เหมือนตั้งใจ เริ่มวันจันทร์ มาเลยครับ

สัปดาห์ที่ 2 : ได้ 99 กิโลกรัมแล้วเลขสวย

สัปดาห์ที่ 2 : ได้ 99 กิโลกรัมแล้วเลขสวย

น้ำหนักเริ่มลดแล้วหลังจากทุ่มเทมาเกือบ 2 อาทิตย์พร้อมไปด้วยแรงกดดันและกำลังใจจากคนรอบข้าง ^^ กำลังใจแรกๆ น่าจะมาจากครอบครัว แม่และน้อง โดยแม่พยายามเลือกอาหารและเป็นธุระจัดซื้อหาผลไม้มาอัดให้เต็มตู้เย็น เผื่อวันไหนผมหน้ามืด ก็หยิบผลไม้ประทังชีวิตไปได้ก่อน
เจ้าน้องตัวดี มักกดดันด้วยการตะโกนปลุกเช้าๆ เอ้ยๆๆ ตื่นๆไปวิ่ง ถึงจะกวนประสาทแต่มองโลกในแง่ดี มันก็หวังดีกับเรานี่หว่า กำลังใจที่ดีอีกอย่างคือ จากสะมะปอง คอยมีแอบเชียร์อยู่เล็กๆ พร้อมแนะนำอาหารเย็นที่ไม่หนักมากให้ทาน ^^