สัปดาห์ที่ 6 : 96 กิโลกรัมชีวิตจริงของฉันกลับมาแล้ว
แต่ก่อนเวลาใครถามผมว่า น้ำหนักเท่าไร ? ตัวเลข 96 กิโลกรัมจะเป็นตัวเลขที่ผมเอาไปบอกชาวบ้านเสมอ ด้วยเหตุว่าไม่อยากรับรู้หรือสนใจในน้ำหนักตัวเอง แม้แต่ตอนไปบริจาคเลือด ผมก็จะกรอกไปในเอกสารว่าตัวเองหนัก 96 กิโลกรัม … แม้ความจริงจะใกล้ๆ ทะลุ ร้อยไปแล้วก็ตาม
ผมหยุดบริจาคเลือดไปเมื่อต้นปีเนื่องจากสภาพร่างกายที่ถูกใช้อย่างโหดร้าย >__< นอนน้อยกินกาแฟหนักแถมไม่ออกกำลังกายอีก จำได้ว่า ครั้งสุดท้ายที่ไปบริจาคคือคุณหมอบอกว่าเลือดลอยไม่สามารถบริจาคได้ และได้รับถุงยาธาตุเหล็กมากิน 1 กำมือ
คนบริจาคเลือดตามปกติจะได้ทานยานี้ วันละ 1 เม็ด แต่ผมโดนสั่งให้ทาน วันละ 3 เม็ด เช้ากลางวันเย็น
ด้วยเหตุนี้ทำให้ผมคิดว่า เออมันถึงเวลาแล้วต้องดูแลร่างกายตัวเองบ้าง แต่ผมก็ยังไม่ยอมรับ ฮาๆ ว่าตัวเองหนักเกิน 96 กิโลกรัมไปเท่าไร แต่วันนี้เต็มปากเต็มคำแล้วครับ ผมหนัก 96 กิโลกรัมแล้ว ![]()

สัปดาห์ที่ 6 ได้ 96 กิโลกรัม น้ำหนักเมื่อต้นปีคืนมาแล้ว
มันช่างเป็นความรู้สึกที่สุดยอดจริงๆ ไอ้การที่ได้ชนะใจตัวเองในหลายๆเรื่องเนี่ย ไม่ว่าจะเรื่องการเลือกกินอาหาร การออกกำลังกาย วันนี้ ขอประกาศหน่อย ฮาๆ ผมเอาวันเวลา เมื่อ ปีที่แล้ว วันเวลาที่น้ำหนักตัว 96 กิโลกรัมคืนมาได้แล้ว
แหมรู้สึกตัวเองหน้าอ่อนๆไงไม่รู้ (แหวะ)

ตัว Sensor ของ Nike+ SportBand ที่ติดที่รองเท้า
จากคราวก่อนที่ผมบอกว่าได้ของเล่นมาแล้ว มันก็คืออุปกรณ์สำหรับวัดระยะทาง วัดระยะก้าวการวิ่ง เพื่อนำไปทำสถิติการวิ่งต่างๆ ของผม นั้นคือ Nike+ SportBand ผมเห็นหลายๆคนใช้ แล้วด้วยกิเลสโดยแท้ (ณ วันที่เขียน Blog นี้ ยังไม่ได้รูดบัตรจ่ายค่าของไปเลย)

ตัว Sensor เก็บข้อมูลในรูปแบบสายรัดข้อมูล ของ Nike+ SportBand
มันมีประโยชน์ที่สามารถทำให้ผมเก็บสถิติตัวเอง และด้วยนิสัย Programmer ที่ชอบทำอะไรแบบวัดผลได้ ประเมินสถานะการณ์ได้ ไอ้การเก็บสถิติแบบนี้ ทำให้ผม Happy มากๆ
การใช้งานมันไม่ยากเท่าไร เอาหาเอกสาร document มันมาอ่านก็ใช้เป็น ไอ้ที่ยากก็คือ
“มันหาซื้อในประเทศไทยแห่งนี้ไม่ได้”
ส้นตีนดีจริงๆ (ขอหยาบหน่อยแบบว่าอารมณ์เสียจริงๆตอนไปเดินหาซื้อ) ผมไปเดินที่ siam มา 2 รอบ เพราะน้องๆบอกว่าที่ shop nike ที่นั้นมีขาย … ไม่มีครับ และไม่ทราบด้วยว่าของจะเข้ามาเมื่อไร … แม่ง มีเงินนะเว้ย ทำไมไม่มีของขายตู
สรุปของเล่นชิ้นนี้ผมรูดมาจาก ebay ในราคาที่แพงกว่าซื้อใน shop ไทย อยู่ 200 กว่าบาท (ราคาประมาณ 2400 รวมค่าส่งเข้าประเทศไทยแล้ว) ผมถือว่า ok นะ ไม่เสียอารมณ์จากการไปเดินหาของเองด้วย
ก็ฝากถึงทาง Shop Nike ประเทศไทยด้วย ถ้ายังเห็นหัวคนไทย แบบกระผมอยู่ ให้หันมามอง คนที่ต้องการสินค้าของท่านหน่อย ไม่ใช่ต้องไปเหนื่อยหาเอาจากต่างประเทศแบบนี้
หรือว่าถ้าไม่อยากทำตลาดในไทยก็ปิดกิจการไปซะ กลับๆบ้านไป !!
กลับมาที่ตัว Nike+ SportBand ก่อนมันมีดียังไง
ผมสามารถเอาผลการวิ่งเป็นระยะทาง เป็นระยะฝีก้าว ไปบันทึกเก็บใน Web ของ Nike+ ได้ แถมว่า ยัง Web ยังมี Tool จัดตารางการวิ่ง เพื่อช่วยปรับสภาพร่างกายของเราให้ค่อยๆเปลี่ยนแปลงอีกด้วย
ยังไม่พอ คุณสามารถเอาสถิติการวิ่งของคุณไปแข่งกับเพื่อนต่างประเทศได้อีก … คือคุณวิ่งอยู่ที่บ้านคุณ แต่เอาผลไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่เค้าก็วิ่งอยู่บ้านเค้าได้
แถมใน Web Nike+ ยังผูกระบบกับแผนที่ Google map ให้เราไป point แผนที่การวิ่งเราของเอาไว้ได้อีก ผมไปดูแถวๆ สวนลุม มีคน มา point จุดวิ่งไว้เพียบเลย ไว้จะลองไปลุยแถวนั้นดูบ้าง
ทั้งหมดที่กล่าวมา เจ้า Nike+ Sportband ทำได้ คุณมีหน้าที่ติดตั้งมันเข้ากับรองเท้าและวิ่งๆๆๆๆ แค่นั้นเอง
กีฬาการวิ่งที่ดูน่าเบื่อก็จะมีสีสันขึ้นมาทันที … (นิดนึง)
อย่าคิดว่า Nike+ Sportband มันจะทำให้คุณผอมนะ ซื้อมากองไว้เฉยๆ มันไม่ผอมหรอก
มันต้องใช้ด้วย

หน้าตาและ ผมรกรุกรังมาก รอหาช่างถูกใจอยู่
หน้าตาผม ดูสดชื่นแต่ดู รุกรังไปหน่อย หลายๆคนก็ถาม ทำไมไม่ตัดผม อยากเป็น ติสนักหรอ … คือ ตามหาช่างตัดผมอยู่ครับ พี่หมูแกเป็นกระเทยที่เป็นช่างประจำที่เคยตัดให้ เค้าทะเลาะกับเจ้าของร้าน แล้วหนีไปเปิดร้านเอง น้องไปสืบมาแล้วว่าอยู่แถว ซอยอินทามระ 10 ไว้จะไปใช้บริการแก
ฝีมือดี เข้าใจลักษณะกบาลผม ตัดออกมาแล้วได้ใจจริงๆ แฟนผมก็ให้พี่หมูแกแต่งหน้าให้วันรับปริญญา ยังไงซะ ผมบนกบาลนี้ ผมก็ต้องให้แกตัดให้อยู่ดีแหละ
ร่างกาย : ปวดขามากๆเป็นพักๆตามความซ่าของตัวเอง
การกิน : กินผลไม้กับเนื้อมากขึ้น ข้าวน้อยลงจนน่าใจหาย
น้ำหนัก : 96 กิโลกรัม
จิตใจ : Nike+ Sportband ทำให้การวิ่งสนุกสนานมากมาย


























เหอะๆๆๆๆๆๆ ขัดเล็บเท้าบ้างนะอั้ม
ดีจริงๆครับที่สามารถเอาชนะใจตัวเองได้
ผมแพ้ใจตัวเองตลอดเลยครับ ยิ่งตอนเห็นสาวๆสวยๆน่ารักๆ เดินผ่าน ฮ่าๆ